ไทยยูเนี่ยนเดินหน้ารับบทบาทผู้นำการเปลี่ยนแปลง ตามกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน

       ไทยยูเนี่ยนให้คำมั่นต่อการดำเนินการเพื่อจัดการกับการทำประมงผิดกฎหมาย และการทำประมงที่มากเกินไป รวมทั้งมุ่งยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานหลายแสนคนตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานของบริษัท พร้อมเดินหน้ารับบทบาทผู้นำการเปลี่ยนแปลง ตามกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน
       
       ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ ยินดีรับบทบาทการเป็นผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในฐานะที่เราเป็นหนึ่งในผู้ผลิตอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ไทยยูเนี่ยนจะมุ่งไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องในการดำเนินการตามกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน หรือ SeaChange® อย่างเข้มแข็งและทำให้ดีขึ้นจากการตกลงร่วมกันกับกรีนพีซ และมีวิสัยทัศน์ร่วมกันสำหรับความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลทั้งในปัจจุบันและสำหรับคนรุ่นหลังในอนาคต

       
       กรีนพีซและไทยยูเนี่ยน เห็นชอบร่วมกันที่จะมีการหารือกันทุกๆ 6 เดือนเพื่อประเมินความคืบหน้าและการดำเนินงานของบริษัท และในปลายปี 2561 หน่วยงานอิสระจากภายนอกจะเข้ามาตรวจสอบความคืบหน้าของการดำเนินการตามพันธสัญญาที่ให้ไว้
       
       ทั้งนี้ พันธกิจใหม่ของไทยยูเนี่ยนจะอยู่บนรากฐานของ SeaChange® หรือกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของบริษัท ซึ่งครอบคลุมความพยายามในการส่งเสริมแนวปฏิบัติที่ดีในการทำประมง การพัฒนาวิธีการทำประมงอื่นๆ รวมทั้งลดการปฏิบัติที่ผิดกฎหมายและไร้จริยธรรมในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก และการใช้ปลาทูน่าที่มาจากการประมงอย่างมีความรับผิดชอบให้มากขึ้นในตลาดหลัก
       
       บันนี แมคดิอาร์มิด ผู้อำนวยการบริหารของกรีนพีซสากล กล่าวว่า พันธกิจของไทยยูเนี่ยนนับเป็นการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญต่อท้องทะเลและสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลของเรา อีกทั้งมีความสำคัญต่อสิทธิของผู้คนที่ทำงานในอุตสาหกรรมอาหารทะเล และถ้าไทยยูเนี่ยนดำเนินการตามการปฏิรูปนี้ ย่อมจะสร้างแรงกดดันให้ผู้ประกอบการรายอื่นในอุตสาหกรรมปฏิบัติตามในระดับเดียวกัน และผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นอย่างมาก ซึ่งวันนี้ถึงเวลาแล้วที่บริษัทอื่นๆ จะยกระดับและแสดงถึงความเป็นผู้นำเช่นเดียวกัน
       
       ไทยยูเนี่ยนเห็นด้วยกับการดำเนินการปฏิรูปนี้ ซึ่งมีพันธกิจดังต่อไปนี้คือ 1.การลดจำนวนของเครื่องมือการทำประมงประเภทซั้ง หรือ FADs ที่ใช้ในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกของบริษัท โดยตั้งเป้าลดให้ได้โดยเฉลี่ย 50 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2563 ในขณะเดียวกันก็ต้องเพิ่มจำนวนปลาที่ได้รับการรับรองการทำประมงโดยปราศจากเครื่องมือประเภท FADs ในตลาดต่างๆ ทั่วโลกในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ FADs เป็นอุปกรณ์ลอยน้ำที่จำลองระบบนิเวศขนาดย่อมและอาจนำไปสู่การจับสัตว์น้ำอื่นๆ ติดมาด้วย เช่น ปลาฉลาม เต่า และปลาทูน่าที่ยังไม่โต
       
       2.การยืดระยะเวลา การระงับการขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำกลางทะเลทั้งห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกของบริษัทที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน หากว่าซัพพลายเออร์ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขใหม่ที่เข้มงวดได้ การขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำกลางทะเลทำให้เรือสามารถดำเนินการประมงติดต่อกันได้เป็นระยะเวลาหลายเดือนหรือหลายปีในการออกทะเลหนึ่งครั้ง ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะมีการกระทำที่ผิดกฎหมาย
       
       3.การมีผู้สังเกตการณ์อิสระติดตามบนเรือประมงเบ็ดราวที่มีการขนถ่ายสินค้าสัตว์น้ำกลางทะเลทุกลำ เพื่อตรวจสอบและรายงานหากมีการกดขี่แรงงาน และต้องแน่ใจว่ามีผู้สังเกตการณ์หรือเครื่องมือติดตามบนเรือเบ็ดราวในการประมงปลาทูน่าทั้งหมดว่ามีการจับจากแหล่งใด
       
       4.การพัฒนาแนวปฏิบัติด้านแรงงานที่ครอบคลุมให้กับเรือทั้งหมดในห่วงโซ่อุปทานของบริษัท เพื่อทำให้จรรยาบรรณธุรกิจและแนวปฏิบัติด้านแรงงานที่มีอยู่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าแรงงานในทะเลได้รับการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรมและยุติธรรม รวมทั้งมีการตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบอิสระจากภายนอก โดยมีการเปิดเผยผลการดำเนินงานและกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนเพื่อให้มั่นใจว่ามีการดำเนินการตามที่กำหนดไว้ทั้งหมด
       
       5.การลดสัดส่วนการทำประมงปลาทูน่าด้วยวิธีเบ็ดราว โดยเปลี่ยนมาใช้วิธีเบ็ดตวัด หรือวิธีเบ็ดลากภายในปี 2560 และมีการปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเข้มงวดเพื่อลดการจับสัตว์น้ำพลอยได้ การทำประมงด้วยวิธีเบ็ดราวก่อให้เกิดความเสี่ยงในการได้สัตว์น้ำที่ไม่ใช่เป้าหมายของการจับติดมาด้วย อาทิเช่น นกทะเล เต่า และปลาฉลาม
       
       และ6.การใช้ระบบติดตามแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของปลาทูน่าและแสดงถึงวิธีการประมงที่ใช้
       
       ผู้อำนวยการบริหารของกรีนพีซสากล กล่าวต่อว่า ไทยยูเนี่ยนได้ตั้งมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมอาหารทะเลในการแก้ปัญหาการทำประมงแบบทำลายล้าง การกดขี่แรงงาน และการดำเนินธุรกิจอย่างไร้จริยธรรม วันนี้นับเป็นวันที่ดีสำหรับคนนับแสนคนทั่วโลกที่ต้องการให้อุตสาหกรรมอาหารทะเลมีการดำเนินการอย่างจริงจังในการขจัดปัญหาเหล่านี้
       
       ไทยยูเนี่ยนเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ระดับโลก อาทิ Chicken of the Sea, John West, Petit Navire และ Sealect โดยผู้คนเกือบ 700,000 คนทั่วโลกเรียกร้องให้ไทยยูเนี่ยนสัญญาว่าจะขายผลิตภัณฑ์ปลาทูน่ากระป๋องที่มีความยั่งยืนและมีจริยธรรม จากการประกาศนี้ กรีนพีซและพันธมิตรของกรีนพีซ รวมทั้งผู้ตรวจสอบอิสระจะติดตามความคืบหน้าของไทยยูเนี่ยนและภาคอุตสาหกรรมโดยรวมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าพันธสัญญาเหล่านี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงต่อท้องทะเล