เครดิตบูโรเดินหน้าดึงสหกรณ์ฯ เข้าระบบคาดปีนี้มีเพิ่มอีก 2 แห่ง

update:

       เครดิตบูโรชี้สถานการณ์หนี้คนไทยยังต้องดูแล แม้ยอดหนี้ครัวเรือนจะลดลง พบคนเป็นหนี้เร็วขึ้น มากขึ้น และนานขึ้น พร้อมเดินหน้านำสหกรณ์ออมทรัพย์เข้าสู่ระบบ คาดปีนี้มีเพิ่มอีก 2 แห่ง
       
       

       นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) กล่าวว่า สถานการณ์หนี้ครัวเรือนในไตรมาส 1 ปี 2560 ที่อยู่ในระดับ 78.6% ของจีดีพีนั้น แม้ว่าจะต่ำกว่า 80%ซึ่งนับเป็นระดับอันตรายในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม แต่เมื่อดูในไส้ในแล้วจะพบว่า มีประชากรในวัยเริ่มทำงานเป็นหนี้มากขึ้น และโดยส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่เกิดขึ้นจากการบริโภค การซื้อบริการหรือสินค้าผ่อนชำระที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยหรือการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ
       
       นอกจากนี้ ในภาพรวมแล้วประชากรยังมีจำนวนหนี้ต่อหัวเพิ่มขึ้น และมีระยะเวลาที่เป็นหนี้ยาวนานขึ้น แม้จะเป็นวัยที่ใกล้เกษียณก็ยังมีหนี้คงค้างอยู่ และมีจำนวนการผิดนัดชำระหนี้จนเป็นเอ็นพีแอลมากขึ้นด้วย ซึ่งในส่วนนี้เป็นเรื่องที่ต้องดูแลทั้งในส่วนของผู้ให้กู้ที่จะต้องมีจรรยาบรรณในการปล่อยกู้ และผู้กู้ที่จะต้องต้องมีวินัยทางการเงิน เพื่อไม่ให้ปัญหาลุกลามไปจนกลายเป็นปัญหาสังคมต่อไป รวมทั้งหนี้สินในกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์ก็เป็นส่วนที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นจุดที่เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย ซึ่งจากหนี้ครัวเรือนในไตรมาส 1 ที่ผ่านมาที่ระดับ 11.48 ล้านล้านบาท เป็นหนี้ของกลุ่มดังกล่าวอยู่ที่ 1.7 ล้านล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้เครดิตบูโรก็อยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อนำสหกรณ์ต่างๆเข้าสู่ระบบเครดิตบูโรเพื่อให้สามารถตรวจสอบความสามารถในการชำระหนี้ได้ก็จะเป็นการลดความเสี่ยงได้ โดยจัดให้มีสหกรณ์ออมทรัพย์ต้นแบบจำนวน 7 แห่ง
        
       ปัจจุบันมีสหกรณ์ออมทรัพย์ต้นแบบเข้ามาร่วมแล้ว 2แห่งได้แก่ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น และ สหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ และคาดว่าปีนี้จะมีเพิ่มอีก 2 แห่ง เป็นส่วนของสหกรณ์ต้นแบบ 1แห่ง และอื่นๆ 1 แห่ง จากปัจจุบันมีสหกรณ์ออมทรัพย์ทั่วประเทศอยู่ 140 แห่ง