ขุดเละ! "สาวสวยหากินกับมะเร็ง"?

        แฉยับ! สาวป่วยมะเร็งกระดูกหน้าบวม ขอรับบริจาคอีกครั้ง หลังอาการทรุดหนักกว่าเดิม ยืนยันไม่ผ่าออกเพราะกลัวเสียดวงตา โซเชียลฯ ตั้งข้อสังเกต เป็นมะเร็งแต่กินของแสลง อาการแย่แต่ปฏิเสธการรักษา ยอดบริจาคเป็นล้าน แต่...เงินหายไปไหน?
       
       สุดแคลงใจ เงินไปไหนแถมอาการทรุด!

       
        จากกรณีโลกออนไลน์แชร์เรื่องราวของ เจนี่ สาวสวยเคราะห์ร้ายที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งกระดูกบริเวณใบหน้าข้างขวา ทำให้ใบหน้าซีกนั้นบวมผิดรูปและใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ภายหลังจากที่เรื่องราวนี้ถูกแชร์ต่อๆ ไป ธารน้ำใจจากหลายภาคส่วน หลั่งไหลไปยังครอบครัวของหญิงสาวรายนี้เป็นจำนวนมาก เพื่อให้เธอนำเงินไปต่อสู้กับโรคร้ายที่เผชิญอยู่
       
        แต่ล่าสุด จากความสงสารได้กลายเป็นประเด็นดรามาขึ้นมาทันที หลังจากที่แฟนเพจสายดาร์ก ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวอีกด้านหนึ่งของหญิงสาวรายนี้ ทั้งที่ได้รับการช่วยเหลือและได้รับเงินบริจาคมากมาย แต่ทำไมอาการไม่ดีขึ้น แถมยังทรุดหนักลงไปอีก
       
       

       
        แฟนเพจ “Social Hunter” เพจนำเสนอทุกแง่มุมในสังคม ได้ออกมาโพสต์ภาพและข้อความ ถึงกรณีของสาวป่วยมะเร็งใบหน้า นามว่า “เจนี่” ที่เป็นข่าวดังเมื่อประมาณปลายปีที่แล้วว่า ทนไม่ไหวกับกรณีนี้นี้ ที่เคยได้รับเงินบริจาค พร้อมกับมีคนช่วยต่อเติมบ้านให้ แต่วันนี้อาการกลับไม่ดีขึ้น ทั้งที่เธอควรจะรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล แต่กลับมาไลฟ์สดขอรับบริจาคอีกครั้ง ให้ได้ยอดเงินจำนวน 1.5 ล้านบาท เพื่อนำเงินไปรักษาตัวที่ประเทศเกาหลี
       
        นอกจากนี้ เพจดังยังได้ยังนำภาพอาหารการกิน ที่เธอมักจะโพสต์ลงเฟซบุ๊กมาเปิดเผย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอาหารที่ไม่เหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น อาหารรสจัดอย่างผลไม้รสเปรี้ยวจิ้มพริกเกลือ ก้อยกะปอม ลาบหมู แมลงทอด ทุเรียน กาแฟ น้ำอัดลม และยาขับประจำเดือน รวมไปถึงการจัดงานขึ้นบ้านใหม่และวันเกิดของตนเองอย่างใหญ่โต ด้วยการจ้างคณะหมอลำมาแสดงอีกด้วย
       
        ไม่เพียงแค่นั้น เพจนี้ยังกล่าวถึงตอนที่เธอเคยออกรายการหนึ่ง ทำให้ทราบถึงการรักษา ที่หากจะผ่าก็ต้องเสียดวงตาข้างขวาไปด้วย เธอจึงเลือกที่จะไม่ผ่า แม้ทางรายการจะติดต่อทางสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ที่เชี่ยวชาญด้านการรักษามะเร็งไว้ให้ แต่สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะไม่รักษา เพราะแพทย์ยืนยันว่าต้องเอาดวงตาออก ซึ่งสวนทางกับความต้องการของเธอที่อยากรักษาโรคมะเร็งให้หายแบบไม่ต้องเสียดวงตา
       
       

       
        “เอาแค่พอดีนะ เจนะ ฝากถึงครอบครัวด้วย ทุกคนที่เค้าเข้าช่วยเหลือคือคุณขอความสงสารมาต้องการรักษาตัวเอง ไม่อยากตาย อยากอยู่เพื่อลูก เพื่อครอบครัว ขอเงินเพื่อรักษา แต่ทุกคนเค้าก็สงสัยมีเงินแล้วแต่ไม่รักษา ทำไม? ใช้เงินจนหมด เอาไปทำอะไรตั้งเป็นล้านๆ ผ่านมา 2 ปี ไม่หายแถมยังทรุดหนัก เงินหมดมาขอใหม่คิดอะไรกันอยู่ ส่วนที่บอกหลานอายุ 16 นั่นไม่ใช่ คนนั้นคือลูกสาวเจเอง ตอนปี 58 ไปออกรายการเด็กอายุ 14 ตอนปี 60 ก็อายุ 16 พอดี ทุกคนไปคิดเอาก็แล้วกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวนี้?” เพจดังตั้งข้อสังเกตทิ้งท้าย
       
       ห่วงสวยมากกว่าห่วงชีวิต?
       
        สำหรับความคิดเห็นบนโลกโซเชียลฯ ถึงกรณีนี้นั้น มีผู้คนให้ความสนใจและพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย โดยฝั่งที่เห็นด้วยกับเพจนี้ ที่ตั้งข้อสังเกตถึงการใช้เงินบริจาค และเห็นว่าเธอโชคดีกว่าผู้ป่วยอีกหลายคนที่ไม่ได้รับโอกาส เมื่อเธอได้รับโอกาสแล้ว น่าจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ อีกทั้งมีคนตั้งข้อสังเกตว่า ที่เธอไม่ยอมรักการผ่าตัดอาจจะเป็นเพราะยังห่วงสวยอยู่
       
        “ถ้านางยอมผ่าตัด มันคงไม่ลามจนไม่เป็นหน้าคนแบบทุกวันนี้หรอก กลัวเสียตา คืออยากสวยอยู่ว่างั้น หมอศัลยกรรม สมัยนี้เก่งจะตาย ตาบอดข้างหนึ่ง อีกข้างใส่ตาเทียมก็ได้ ถ้าห่วงสวย ไปข้างนอกอายก็ใส่แว่นสิ ทางแก้มีเยอะแยะ นางเลือกที่จะมีชีวิตแบบนี้เองจะโทษใคร”
        “คนป่วยอีกหลายล้านคนไม่มีโอกาสเหมือนที่เธอได้รับด้วยซ้ำไป ถ้าทิ้งโอกาสบ่อยๆ ก็ต้องดูแลตัวเองตามกฎเกณฑ์มนุษย์ร่วมสังคมเถอะ ใครจะมาแบกคนๆ นึง ที่ใช้ชีวิตอยู่ในภาวะเสี่ยงเอง”
        “ตกลงกลัวตายรึเปล่า กลัวตายทำไมไม่รักษา ยอมเสียดวงตาไปข้างนึง แลกกับการมีชีวิตอยู่กับคนที่รัก ทำไมไม่ทำ หนีทำไม เป็นอะไรที่โคตรคุ้มค่า รึกลัวผ่าตัดแล้วสามีจะทิ้ง แล้วพอโรคลุกลาม มาร้องว่ากลัวตาย”
       
       

       
        แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความคิดเห็นอีกด้านที่เข้ามาแสดงความเห็นใจ โดยบอกว่า เห็นใจในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และอีกอย่างผู้ป่วยรายนี้ขอความช่วยเหลือ ไม่ได้บังคับให้ใครมาบริจาคให้
        “อย่าด่าเค้าเลยเค้าทรมานอยู่นะตอนนี้”
        “ผมว่าเค้าคงรู้ตัวว่ารักษาไม่หายแล้วก็เลยอยากช่วยครอบครัว โดยการขอบริจาคซึ่งเป็นวิธีเดียวที่คนยังสนใจช่วยเหลือ ปล.ความเห็นส่วนตัวไม่โลกสวยนะ”
        “ไม่มีใครอยากตายค่ะ ไม่มีทางที่เค้าจะไม่รักษาค่ะ เค้าก็คนนะคะ แต่ตอนที่เค้ามีทางเลือกที่จะรับการผ่าตัด เค้าเลือกที่จะไม่ผ่าเพราะหมอไม่ได้การันตีว่าผ่าตัดเอาตา จมูก ปาก ครึ่งหน้าของเค้าออกทั้งหมดจะหาย มะเร็งจะไม่กระจาย เค้าเลยเลือกที่จะรักษาแบบทานยาระงับไว้ พอมาวันนี้ทุกอย่างมันแย่ลง การที่เค้าจะขอความช่วยเหลือจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเป็นสิ่งผิดหรอกคะ เค้าขอนะคะ เค้าไม่ได้บังคับ ไม่มีพ่อกับแม่คนไหนทนเห็นลูกตัวเองตายต่อหน้าต่อตาโดยไม่ทำอะไรเลยเราเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้คะ แล้วแฟนเค้าคือกำลังใจของเค้าซึ่งเค้าจะรักกันหรืออยู่ด้วยกันในสถานะไหนมันไม่เกี่ยวกับโรคที่เค้าเป็นค่ะ”
       
       ขอเก็บไว้ทั้งมะเร็งและตาขวา
       
        ก่อนหน้าที่จะถูกกระแสตีกลับจากโลกโซเชียลฯ ย้อนกลับไปไม่นาน สาวเจนี่ก็เคยมีคนตั้งข้อสังเกตว่า “แต่งเรื่อง” การเป็นมะเร็งขึ้นมา จนในตอนนั้นเธอต้องออกมาอัดคลิปอธิบายว่าป่วยจริง รวมถึงเรื่องการเปิดใจผ่านสื่อถึงที่มาของโรคร้ายที่ทำให้ใบหน้าของสาวสวยผิดรูปจนแทบไม่เหลือเค้าโครงหน้าเดิม
       
        ย้อนกลับไปช่วงเดือนพฤศจิกายนของปีที่แล้ว โลกออนไลน์พากันให้ความสนใจถึงเรื่องราวของสาวสวยคนหนึ่ง ที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากการป่วยเป็นมะเร็งกระดูก ที่ทำให้ใบหน้าของเธอบวมผิดรูป ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ในตอนนั้นเองก็ได้มีชาวเน็ตบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า อาจจะมีการใช้แอปพลิเคชันแต่งรูปหรือไม่ ในภายหลังเธอจึงต้องอัดคลิปออกมาชี้แจงว่าว่า เธอป่วยเป็นมะเร็งจริง
       
       

       
        ในเวลาต่อมาหลังจากที่เรื่องราวถูกแชร์ต่อๆ ไปแล้ว สื่อมวลชนหลายแขนงก็ให้ความสนใจ ทั้งนำเสนอและเชิญเธอไปออกรายการ ตัวเธอเองก็ออกมาเปิดเผยถึงอาการป่วยว่า ย้อนกลับไปปลายปี 2558 ขณะนั้นเธออยู่ที่ประเทศเกาหลีใต้ จู่ๆ ก็มีอาการปวดฟัน จึงไป X-ray ช่องปาก พบว่ามีก้อนอะไรบางอย่างผิดปกติที่แก้มด้านขวา ทราบผลจากการ X-ray ครั้งที่ 2 ว่าเป็นมะเร็ง แต่ค่ารักษาในเกาหลีสูงมาก จึงตัดสินใจเดินทางกลับมายังประเทศไทย
       
        เมื่อกลับมาบ้านเกิดที่ จ.สกลนคร แล้ว ก็ได้รับการตรวจชิ้นเนื้อจาก คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พบว่ามีกระดูกงอกชนิดร้ายแรงที่โหนกแก้มด้านขวาข้างจมูก เป็นมะเร็งกระดูก ต้องทำการผ่าตัดออก แต่ก่อนผ่าตัดต้องผ่านการให้เคมีรักษาก่อน เพื่อให้ก้อนกระดูกยุบลงง่ายต่อการผ่าตัด จำเป็นต้องเอาดวงตาออกด้วย
       
        หลังจากทำคีโมไป 2 ครั้งก็ได้คิวผ่าตัด แพทย์ก็ยังยืนยันว่าต้องเอาดวงตาออกด้วย เธอจึงปฏิเสธการรักษาจากแพทย์แผนปัจจุบันและหันมาใช้วิธีแพทย์ทางเลือกแทน ซึ่งในรายการที่เธอไปปรากฏตัวนั้น ได้ติดต่อสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เพื่อให้เธอเข้ารับการรักษา แต่ต่อมาดูเหมือนว่าเธอจะปฏิเสธอีกครั้ง และกล่าวว่าจะหาหมอที่เก่งๆ ที่จะมารักษาโดยที่เธอไม่ต้องสูญเสียตาขวา ซึ่งพิธีกรของรายการถึงกับถามว่า ยังกลัวเสียดวงตาอีกหรือ ตัดสินใจดีๆ สูญเสียบางสิ่งไปเพื่อรักษาชีวิต ยังมีตาอีกข้าง แต่ถ้าไม่ยอมเสียดวงตา อาจจะสายเกินไป
       
       

       
        หลังจากวันนั้น คลื่นความเห็นใจก็หลั่งไหลมายังครอบครัวของเธออย่างท่วมท้น ทั้งการบริจาคเงิน สร้างบ้านให้ จนกระทั่งเวลาผ่านไปกว่า 6 เดือน ล่าสุดเธอก็กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง ก็เพราะครอบครัวของเธอได้ขอรับบริจาคอีก เนื่องจากอาการของเจนี่ทรุดลงกว่าเดิม แทนที่จะดีขึ้น จนนำไปสู่การตั้งข้อสังเกตและออกมาแฉชุดใหญ่จากโลกโซเชียลฯ ว่า เงินบริจาคครั้งก่อนไปไหน ถึงต้องมาขอรับใหม่อีกแล้ว
       
        ความคืบหน้าล่าสุด ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เพิ่มเติมจากทางครอบครัวผู้ป่วยสาวรายนี้ แต่หากเป็นไปตามที่เพจดังกล่าวอ้างจริง ก็คงจะถือได้ว่า เป็นอีกเหตุการณ์ที่คนใจบุญต้องจดจำไว้เป็นกรณีศึกษาอีกเหตุการณ์หนึ่ง...
       
       ขอบคุณภาพและข้อมูล : เพจ “Social Hunter”
       
       

       

       
มาตามติด Facebook Fanpage และ Instagram
       

       "MGR Online Live" และ "@manager_live" กันได้ที่นี่!!

       

       และสามารถส่งข่าวสารมาได้ที่: manageronlinelive@gmail.com
       หรือ Fax 0-2629-4754