จีดีพีของจีนไตรมาส2แกร่งเกินคาด ทำได้ 6.9% หนุนปักกิ่งลุยปฏิรูปศก.-การเงิน

       รอยเตอร์/เอเจนซีส์ - เศรษฐกิจจีนไตรมาส 2 ขยายตัวแข็งแกร่งเกินคาด ส่งผลให้เป้าหมายการเติบโตตลอดปีนี้มีแนวโน้มบรรลุผลได้ไม่ยาก และผู้วางนโยบายมีช่องทางจัดการถอดชนวนความเสี่ยงและความท้าทายสำคัญทางเศรษฐกิจและการเงินก่อนการประชุมใหญ่ที่จะมีการผ่องถ่ายอำนาจช่วงปลายปีนี้
       
       สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนแถลงเมื่อวันจันทร์ (17 ก.ค.) ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 2 ขยายตัวถึง 6.9% เท่ากับไตรมาสแรก และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้เล็กน้อย โดยมีปัจจัยหลักส่วนหนึ่งคือการส่งออกและการผลิต โดยเฉพาะเหล็กกล้าที่กำลังเป็นปัญหากับอเมริกา ขณะที่สองประเทศจะเริ่มการหารือระดับสูงทางด้านเศรษฐกิจกันในช่วงกลางสัปดาห์นี้

       
       ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดทำให้นักวิเคราะห์พากันยกระดับการคาดการณ์จีพีดีตลอดปีนี้ของจีน แม้คาดหมายว่า การเติบโตช่วงปลายปีจะแผ่วลงเมื่อเทียบกับช่วง 6 เดือนแรก เนื่องจากผู้วางนโยบายพยายามควบคุมความร้อนแรงของตลาดอสังหาริมทรัพย์และความเสี่ยงจากปัญหาหนี้สิน
       
       ซิตี้เป็นหนึ่งในธนาคารที่ปรับเพิ่มจีดีพีจีนปี 2017 จากเป้าหมายเดิม 6.6% เป็น 6.8%
       
       ขณะเดียวกัน ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2 บ่งชี้ว่า เป้าหมายการเติบโตอย่างเป็นทางการของจีนสำหรับตลอดทั้งปีนี้ที่ 6.5% น่าจะเป็นไปได้อย่างราบรื่น และทำให้ผู้วางนโยบายมีช่องทางเคลื่อนไหวเพื่อถอดชนวนความเสี่ยงทางการเงิน
       
       แน่นอนว่า รายงานภาวะเศรษฐกิจล่าสุดเป็นข่าวดีก่อนที่จะถึงการประชุมสมัชชาผู้แทนทั่วประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในปลายปีนี้ ซึ่งคาดกันว่าจะมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งสำคัญๆ ในคณะผู้นำ โดยเฉพาะการวางตัวผู้นำรุ่นต่อไปที่จะขึ้นแทนที่ผู้นำชุดปัจจุบันในอีก 5 ปีข้างหน้า ดังนั้นบรรดาผู้นำจีนจึงต้องการมั่นใจว่า สถานการณ์ต่างๆ ก่อนถึงการประชุมจะราบรื่นด้วยดี
       

       ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้รับการคาดหมายอย่างกว้างขวางว่า จะพยายามกระชับอำนาจในระหว่างการประชุมสมัชชาพรรค เพื่อเพิ่มอิทธิพลในการผลักดันมาตรการปฏิรูปอันยากลำบากต่างๆ อาทิ การปรับโครงสร้างหนี้ของรัฐวิสาหกิจ ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประมุขแดนมังกรปรารภว่า อยากให้ธนาคารกลางมีบทบาทมากขึ้นในการดูแลจัดการความเสี่ยงในระบบการเงิน
       
       ทั้งนี้ เห็นกันว่าทางการผู้รับผิดชอบของแดนมังกรจำเป็นต้องระมัดระวังมากขึ้นในการรักษาสมดุลระหว่างการสนับสนุนการเติบโตและการควบคุมความเสี่ยง ขณะที่มีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นในบางภาคส่วนของเศรษฐกิจสืบเนื่องจากแนวทางการลงทุนที่ใช้เงินที่กู้ยืมมาและการกู้ยืมจนเกินตัว
       
       กระนั้น นักวิเคราะห์เชื่อว่า แบงก์ชาติจีนจะยังไม่เคลื่อนไหวใดๆ แต่จะเลือกติดตามสถานการณ์ไปก่อน
       
       การเติบโตที่เข้มแข็งขึ้นยังทำให้ทางการจีนมีช่องทางมากขึ้นในการจัดการกับปัญหาหนี้ที่เริ่มลุกลาม ขณะที่รัฐบาลสานต่อมาตรการควบคุมความเสี่ยง และการขายสินทรัพย์เพื่อลดหนี้ซึ่งเป็นนโยบายการเงินที่สำคัญสำหรับปีนี้
       
       ตั้งแต่ต้นปี ธนาคารกลางจีนเปลี่ยนไปยึดถือนโยบายที่โน้มเอียงไปในทางคุมเข้มระดับพอประมาณ ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในตลาดขยับขึ้นในช่วงไตรมาสแรก ซึ่งรวมถึงการขึ้นดอกเบี้ยทันทีหลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับเพิ่มต้นทุนการกู้ยืมในเดือนมีนาคม
       
       ในวันจันทร์ (17) ซิง จื้อหง โฆษกสำนักงานสถิติแห่งชาติส่งสัญญาณว่า รัฐบาลจะสานต่อการปรับสมดุลเศรษฐกิจ และเสริมว่าเศรษฐกิจจะมีการเปลี่ยนแปลงแง่บวกมากขึ้นจากแนวโน้มพัฒนาการที่มั่นคงและการขยายตัวที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง